ตลาดยิ่งเจริญ

ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดใหญ่ในข่าวดัง สู่เลขนำโชคลุ้นหวยรัฐบาล

กลับมามีชื่อเป็นข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้ง สำหรับชื่อของ ‘ตลาดยิ่งเจริญ’ หลังช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขึ้นในตลาดดังกล่าว จนกลุ่มควันพวยพุ่งท่ามกลางเปลวไฟที่มองเห็นได้ไกลไปทั้งย่านสะพานใหม่ สร้างความเสียหายให้กับแผงร้านค้าเกือบ 200 ร้านหรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นของพื้นที่ทั้งหมด โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงปิดทำการ

สำหรับเหตุการณ์ไฟไหม้ตลาดยิ่งเจริญครั้งนี้ นับเป็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งแรกในรอบ 65 ปีเลยก็ว่าได้ โดยจากการตรวจสอบพบว่าจุดเพลิงไหม้อยู่บริเวณร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ ไม่ได้เกิดจากการวางเพลิง ตามที่มีการคาดว่าอาจจากเกิดความขัดแย้งของคนภายใน ตระกูลธรรมวัฒนะ แต่อย่างใด

เหตุการณ์ไฟไหม้ตลาดยิ่งเจริญ

เมื่อเอ่ยถึงชื่อตลาดที่ใน กทม. แน่นอนต้องมีชื่อของตลาดยิ่งเจริญ รวมอยู่ด้วยเป็นแน่ เพราะตลาดยิ่งเจริญเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ และมีชื่อปรากฏเป็นข่าวให้ได้ยินบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องราวความขัดแย้งตระกูลใหญ่ และคดีอาชญากรรมสะเทือนสังคม แต่นั่นก็เป็นเพียงอดีตที่ทำให้หวนนึกถึงตลาดแห่งนี้

ตลาดยิ่งเจริญ ใช่ว่าจะมีแค่เรื่องข่าวความขัดแย้งของเจ้าของกิจการ แต่ยังรวมไปถึงการวัดมวลรวมเศรษฐกิจของประเทศ เพราะสื่อบางสำนักได้นำราคาสินค้าต่างๆ ที่มีวางขายอยู่ในตลาด ไปอ้างอิงการรายงานข่าวเศรษกิจ ว่ามีราคาเท่าไหร่ อาทิ ไข่ไก่ ตลาดยิ่งเจริญ, ราคา ไก่สด ตลาดยิ่งเจริญ เป็นต้น

เพราะตลาดแห่งหนึ่งได้ชื่อว่า เป็นตลาดค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีคนเข้ามาจับจ่ายซื้อของในตลาดสดจำนวนประมาณ 30,000 คน ต่อวัน โดยมีรถเข้ามาใช้บริการราว 5,000 – 6,000 คัน ในวันปกติ และในเทศกาลสำคัญไม่ต่ำกว่า 10,000 คัน ต่อวัน และจักรยานยนต์อีกกว่า 3,000 -4,000 คัน ต่อวัน

ประวัติตลาดยิ่งเจริญ

ด้วยความที่ตลาดยิ่งเจริญ เป็นที่ ที่ทุกคนรู้จักดี เหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้น ทำให้คนที่ทราบข่าวเกิดอาการเป็นห่วงตลาดแห่งนี้ไม่น้อย เพราะหากตลาดแห่งนี้ต้องหยุดปิดกิจการ เหมือนช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เจ้าของเท่านั้นที่เดือนร้อน แต่รวมถึงคนอีกหลายชีวิตที่พลอยต้องเดือดร้อนไปด้วย

เอาเป็นว่าทางผู้เขียนขอเอาใจช่วย และหวังว่าตลาดยิ่งเจริญจะยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างคนไทยต่อไป เล่ามายืดยาวหลายคงอยากแล้วใช่ไหมว่า ตลาดแห่งนี้มีที่มาความเป็นไปอย่างไร ทำไม ? ถึงมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับชีวติของพี่น้องย่านสะพานใหม่และทั่วไทยอย่างไร

สุวพีร์

“ตลาดยิ่งเจริญ” มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 65 ปี ในอดีตชาวบ้านเรียกตลาดแห่งนี้ว่า “ตลาดขี้เถ้า” ผู้ก่อตั้งคือ คุณแม่สุวพีร์ ธรรมวัฒนา โดยถือฤกษ์โสเภณีในการเปิดกิจการเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2498 จากหลวงปู่บุ่ง วัดใหม่ทอง

ในยุคบุกเบิกของตลาด ย้อนกลับไปในวันเวลาที่เต็มไปด้วยความยากลำบากจนถึงวัยเด็กของคุณแม่สุวพีร์ เธอเป็นบุตรคนที่ 3 จากบุตรทั้งหมด 4 คนของครอบครัวนายเอ็ง นางเลี้ยง แซ่ลี้ หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ณ โรงเรียนประชาบาลวัดสังฆราชา ก็ได้เริ่มทำการค้าด้วยตัวเอง โดยพายเรือขายผักในย่านลาดกระบัง เธอได้แต่งงานครั้งแรกและมีลูกชาย 1 คน ชื่อเทอดชัยหรือผู้ใหญ่แดง

จากนั้นก็ได้แต่งงานอีกครั้ง เมื่ออายุ ได้ 22 ปีกับ อาคม ฉัตร-ชัยยันต์ มีลูกชาย 3 คน หญิง 6 คน คือ ห้างทอง, กุสุมา, นพดล, มัลลิการ์, คนึง- นิตย์, นฤมล, นัยนา, ปริญญา, และนงนุช เธอทำธุรกิจมาหลายไลน์ทั้งไปเปิดปั้มน้ำมัน ที่วัดสามพระยาเขตบางขุนพรหม แต่รายได้ไม่มากพอที่จะสามารถจุนเจือครอบครัว จึงได้ไปเปิดร้านอาหารศรีฟ้า ที่สี่แยกเกียกกาย เพื่อจำหน่ายอาหารให้กับทหาร ของกรมป.ต.อ. จึงได้มีโอกาสรู้จักกับนายทหารอาวุโสหลายรายที่มีบทบาททางการบ้านการเมืองในระยะเวลาต่อมา

จุดเริ่มต้นของตลาดยิ่งเจริญ มีอยู่ว่าคุณแม่เสาวนีย์ไปถูกใจที่ดินระหว่างสะพานใหม่ ลำลูกกา เนื่องจากสามีของเธอมีธุรกิจโรงฆ่าสัตว์และธุรกิจด้านบริการในย่านนั้น แต่คุณแม่เสาวนีย์ก็ไม่สามารถหาเงินมาซื้อที่ดินมาครอบครองได้ เธอดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ที่ดินแปลงนี้ แม้จะถูกคัดค้านจากลูก ๆ เนื่องจากเป็นที่ห่างไกลความเจริญและเป็นเพียงทุ่งนาเท่านั้น

ตลาดขายเนื้อสัตว์

ด้วยความเชื่อมั่นในตัวเอง เธอได้ทำการกู้ยืมเงินจากหลายสถาบัน เพื่อที่จะนำเงินมาซื้อที่ดินแปลงนี้ ความตั้งใจของเธอคือต้องการพลิกฟื้นที่ดินแห่งนี้ ให้เป็นตลาดสดเหมือนบางลำพู แต่หาใช่เรื่องง่ายไม่ เนื่องจากพื้นที่ใกล้เคียงติดกับรั้วของทหารอากาศ การขออนุญาตให้สร้างตลาดก็เลยเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เธอต่อสู้ดิ้นรนอย่างมาก ท้ายที่สุดจอมพลฟื้น รณนภากาศ ฤทธาคนี ผู้บัญชาการทหาร อากาศสมัยนั้นยินยอมให้สร้างตลาดแต่โดยดี

จึงได้เกิดมาเป็นตลาดยิ่งเจริญขึ้นเมื่อปี 2498 ขณะนั้นสุวพีร์อายุประมาณ 30 ปีเท่านั้น ในช่วงแรกของการเปิดกิจการ ไม่ง่ายอย่างที่คิด หลังจากที่เธอลงทุนซื้อ ที่ดิน ปรับปรุง สร้างแผง แต่กลับไม่มีคนมาทำการเช่าเลย เพราะทำเลที่ตั้งยังห่างไกลจากชุมชน ส่งผลให้รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย หนี้สินรุมเร้า ศาลบังคับให้ขายทรัพย์สินทอดตลาด เพื่อนำเงินมาใช้หนี้หลายครั้ง

ตลาดยิ่งเจริญในสมัยนั้นดูมืดมนทำท่าจะไปไม่รอดจนได้ชื่อใหม่จากชาวบ้านว่า “ตลาดขี้เถ้า” แทนอย่างที่กล่าวมาในตอนเริ่มต้น แต่ด้วยความใจเด็ดและไม่ยอมแพ้ง่ายๆ คุณแม่สุวพีร์ได้นำทรัพย์สินทุกอย่างที่มีในตอนนั้น ไปวางค้ำประกันเพื่อกู้เงินมาเก็บรักษาตลาดไว้ได้ 10 กว่าปี

ต่อมาตลาดแห่งนี้จึงค่อยๆ มองเห็นอนาคต เพราะความเจริญที่เริ่มหลั่งไหลเข้ามาสู่ถนนพหลโยธินอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่นั้นมาตลาดยิ่งเจริญก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ลูก ๆ ของคุณแม่สุวพีร์ก็ได้เข้ามาช่วยบริหารตลอดจนเติบโตและสร้างรายได้นับพันล้าน อันเป็นที่มาของความขัดแย้งในตระกูลธรรมวัฒนาตั้งแต่นั้นมา

ปัจจุบันตลาดยิ่งเจริญ อยู่ภายใต้การบริหารของใคร

ผู้บริหารของตลาดยิ่งเจริญในขณะนี้ คือ ณฤมล ธรรมวัฒนะ ลูกสาวคนที่ 7 ของตระกูล

จุดเด่นของตลาดยิ่งเจริญ คืออะไร

จุดเด่นของที่นี่คือ มีสินค้าค่อนข้างหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นจุดพักสินค้าในย่านนี้ด้วย โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 35 ไร่แบ่งเป็น 4 อาคาร โดยแต่ละอาคารจะมีการขายสินค้นแยกเป็นโซน ๆ เช่น โซนขายของสด โซนขายเสื้อผ้า โซนขายอาหาร เป็นต้น จึงสามารถแบ่งอาคารของตลาดยิ่งเจริญได้ 2 ส่วนสำคัญ คือ

ที่ตลาดยิ่งเจริญมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรบ้าง

มีศาลเจ้าพ่อสมบุญ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2501 ซึ่งได้มีการบูรณะให้มีความสวยงาม ผู้คนที่มาใช้บริการและอยู่ในย่านตลาดยิ่งเจริญนิยมไปขอพรและโชคลาภ

เลขเด็ดนำโชค ตลาดยิ่งเจริญ

สำหรับเลขเด็ดของตลาดแห่งนี้คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก อายุถึง 65 ปี วันก่อตั้งคือวันที่ 11 ไหนจะมีคดีของตระกูลธรรมวัฒนะ กว่า 40 คดีที่กินเวลาถึง 14 ปีอีก ตัวเลขพวกนี้ท่าน ๆ ทั้งหลายก็สามารถที่จะเอาไปเป็นแนวทางในการซื้อเลขเสี่ยงโชคได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามถ้ามีโอกาสได้แวะไปที่นั่นก็อย่าลืมไปขอโชคลาภ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาลเจ้าพ่อสมบุญกันนะ

สรุปส่งท้าย

ขอเชิญชวนชาว Ruaylotto ทุกท่านได้แวะเวียนไปอุดหนุนบรรดาพ่อค้าแม่ค้าขายของสด สินค้าปลีกส่งต่าง ๆ ที่ ตลาดยิ่งเจริญ กันมากขึ้น เพื่อจะได้เป็นการต่อชีวิตและสร้างรายได้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งจากการระบาดของโรคโควิด – 19 รวมถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ด้วย ออกจากบ้านก็อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัย พกเจลล้างมือ และเว้นระยะห่าง ตามมาตรการควบคุมโรคของสคบ. จะได้ปลอดภัย ห่างไกลจากโรคระบาดกันทุกคน

บทความที่น่าสนใจ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email
Share on pinterest
Pinterest
Share on vk
VK